การบริหารบุคลากรในองค์กรเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการสร้างความสำเร็จและความเติบโตขององค์กร หลักการ 80/20 หรือกฎของพาเรโต้ได้รับการยอมรับและนำมาใช้ในหลากหลายบริบทของการจัดการ โดยเน้นไปที่การใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยชี้ให้เห็นว่า 80% ของผลลัพธ์มักเกิดจาก 20% ของความพยายามหรือทรัพยากรที่ใช้ในการทำงาน การนำแนวคิด 80/20 มาใช้ในการบริหารบุคลากรช่วยให้องค์กรสามารถมุ่งเน้นไปที่บุคลากรที่มีความสามารถสูงหรือคนเก่ง ซึ่งส่งผลให้เกิดนวัตกรรม การพัฒนา และการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน ตัวอย่างองค์กรชั้นนำ เช่น Google, 3M, Microsoft, Apple และ Toyota ได้ประยุกต์ใช้หลักการนี้ในการจัดการบุคลากรเพื่อให้พนักงานมีโอกาสใช้ความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาตนเอง ส่งผลให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมและการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน การบริหารคนเก่ง (Talent Management) จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับองค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุคที่การแข่งขันสูงแบบนี้ บทความนี้กล่าวถึงการเข้าใจและรู้จักความหมายและลักษณะของคนเก่ง (talent) การพัฒนาพนักงานให้กลายเป็นคนเก่ง รวมถึงวิธีที่คนเก่งจะพัฒนาคนไม่เก่งและการจัดการของหัวหน้าและองค์กรในการสร้างทีมงานที่มีผลงานสูง (High Performance Organization)
source: https://www.mckinsey.com/featured-insights/mckinsey-explainers/what-is-talent-management
ความหมายของคนเก่ง (Talent)
คนเก่ง (Talent) หมายถึง บุคคลที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถสูง ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาสามารถวิเคราะห์และประเมินข้อมูลหรือสถานการณ์เพื่อหาข้อสรุปหรือแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้หรือปรับตัวได้เร็วสุดๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ดีๆ และได้รับการยอมรับจากคนในองค์กร สิ่งพิเศษของคนเก่งอย่างหนึ่งก็คือ การได้รับการยอมรับและให้โอกาสในการทำงานที่ท้าทาย ทำให้เขามีโอกาสพัฒนาตัวเองมากกว่าคนอื่นและเกิดความภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจ คนเก่งมีลักษณะสำคัญหลายประการที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นจากคนทั่วไป ลองดูซิว่าตัวคุณเองมีลักษณะของคนเก่งครบทุกข้อหรือไม่
ทักษะและความรู้ที่ลึกซึ้ง: คนเก่งมีความรู้และทักษะเจ๋งๆ ในสาขาของตัวเอง และรู้วิธีใช้ความรู้นั้นสำหรับแก้ปัญหาหรือจัดการงาน/โครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเชื่อมั่นในตัวเอง: คนเก่งมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง นอกจากนี้คนเก่งมักนำความล้มเหลวมาปรับใช้ในทางบวก เขาจะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคและจะคิดหาวิธีการต่อไปเพราะเชื่อว่าหากผ่านไปได้จะพบความสำเร็จ
ตั้งเป้าหมายสูง: คนเก่งตั้งเป้าหมายสูงและยกระดับเป้าหมายขึ้นเรื่อยๆ และไม่พอใจกับผลงานของตนเอง (จึงมักไม่ชมเชยผลงานของคนอื่น)
ความสามารถในการปรับตัว: คนเก่งสามารถปรับตัวและเรียนรู้ได้เร็วในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
ความคิดสร้างสรรค์: คนเก่งมักคิดนอกกรอบและหาวิธีแก้ปัญหาแบบใหม่ๆ ที่แปลกและน่าสนใจ ที่จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
แรงจูงใจและความมุ่งมั่น: ข้อนี้นับว่ามีความสำคัญมาก เรามักพบว่าคนเก่งมีแรงจูงใจและมุ่งมั่นอย่างสูงในการบรรลุเป้าหมายที่ตัวเองมีความเกี่ยวข้องผูกพันด้วย หรือต้องรับผิดชอบภาระมอบหมายที่ได้รับจากองค์กร
การเรียนรู้และพัฒนา: คนเก่งมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
กับดักของคนเก่ง
แม้ว่าคนเก่งจะมีความสามารถและทักษะที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังมีจุดบอดที่พวกเขาอาจไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและการทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กรได้ จุดบอดเหล่านี้อาจเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและบางครั้งยากที่จะสังเกตได้ ต่อไปนี้คือจุดบอดที่ตัวคนเก่งเองก็อาจไม่รู้ตัว
1. คนเก่งทำงานหนัก เนื่องจากเป็นคนที่มีความสามารถสูง จึงมักได้รับมอบหมายงานที่สำคัญและท้าทาย องค์กรมักคาดหวังว่าคนเก่งจะเป็นผู้นำและสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้พวกเขาต้องทำงานหนักเพื่อไม่ให้ผิดหวังต่อความคาดหวังนี้
2. ทำงานแบบ one man show คนเก่งมักยัดเยียดวิธีคิดของตนเองและสร้างตัวแบบให้ผู้อื่นเลียนแบบ มักทำงานเร็วและมองคนที่ทำงานช้าว่าขี้เกียจ คนเก่งมักเรียกร้องการทุ่มเทให้กับงานจากคนอื่นและวางสมดุลชีวิตที่งานมากกว่าชีวิตส่วนตัว ทำให้คนอื่นไม่กล้าทำ ขาดความมั่นใจและไม่อยากทำงานด้วย
3. ความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่น คนเก่งจะมีความมั่นใจในความสามารถของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ความรู้สึกที่ว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่นได้ ความรู้สึกนี้อาจทำให้ขาดการรับฟังและยอมรับความคิดเห็นจากผู้อื่นหรือมองข้ามความสำคัญของทีม การทำงานร่วมกับผู้อื่นอาจเกิดความขัดแย้งและไม่เกิดความร่วมมืออย่างเต็มที่
4. มักมองข้ามเรื่องง่ายๆ คนเก่งมักจะคิดว่างานบางอย่าง เช่น การทำงานตามคู่มือหรือมาตรฐานงานนั้น ทุกคนสามารถดึงหลักการออกจากวิธีการในคู่มือได้ จึงมักไม่ยอมเสียเวลาเล็กน้อยเพื่อตั้งต้นให้ลูกน้องแต่มักจะเรียกร้องและชอบถามว่า “ทำไมไม่พลิกแพลงหรือยืดหยุ่นบ้างเลยล่ะ” ซึ่งมักจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างคนเก่งที่เป็นหัวหน้ากับลูกน้อง
กับดักที่กล่าวมาข้างต้น คนเก่งบางคนอาจรู้ตัวและแก้ไขได้ แต่คนเก่งบางคนอาจมองไม่เห็นทำให้เกิดผลกระทบต่อตัวเขาเองได้ ดังนี้
- ความเครียดและความกดดันจากความคาดหวังสูง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกาย
- การเสียสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว
- การละเลยการพัฒนาทักษะด้านสังคม ในด้านการสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
4. ไม่ยืดหยุ่นและปรับตัว อันเป็นผลมาจากการยึดในวิธีการของตนเองมากเกินไปทำให้ยึดติดกับวิธีการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ และไม่ยอมรับแนวคิดใหม่ๆ
5. การขาดการให้คำแนะนำและสนับสนุนผู้อื่น คนเก่งบางครั้งอาจมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองมากเกินไป และละเลยการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับเพื่อนร่วมงาน การให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ต่อผู้อื่น
6. ความหลงตัวเอง เป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับคนเก่ง ซึ่งอาจเกิดจากการได้รับการยอมรับและความชื่นชมมากเกินไป
การตระหนักถึงผลกระทบต่างๆ ที่กล่าวมานี้ จะช่วยให้คนเก่งสามารถพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น